6 วิตามินอะไรช่วยบำรุงรักษารากและเส้นผม สำหรับแก้ผมขาดร่วง เร่งยาว ปลูกผม

6 วิตามินอะไรช่วยบำรุงรักษารากและเส้นผม สําหรับแก้ผมขาดร่วง เร่งยาว ปลูกผม

ในปัจจุบันมีมลพิษ การใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่เป็นสารเคมีมากมาย รวมถึงกรรมพันธ์ุ ฮอร์โมน และความเครียด มีผลทำให้ผมของคนนั้นอาจถูกทำลาย ผมร่วง แห้งเสีย จึงจำเป็นต้องใช้วิตามินบำรุงเส้นผม ช่วยในการเจริญเติบโต ซึ่งรวมถึงการบริโภคอาหารที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดการขาดวิตามิน ทำให้เส้นผมไม่แข็งแรง การบํารุงรักษาผมร่วงตามวิธีธรรมชาติเหล่านี้สามารถแก้ไขรากผมรักษาการขาดร่วง ปรับสมดุลฮอร์โมน และช่วยในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระ

6 วิตามินและแร่ธาตุบำรุงรักษาเส้นและรากผม สําหรับแก้ผมขาดร่วง เร่งยาว ผู้ที่ปลูกผม

  • 1.น้ำมันปลา Fish Oil

น้ำมันปลาเป็นน้ำมันที่อุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดต่างๆ อีกทั้งยังถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีกรดไขมัน โอเมก้า 3  ที่ช่วยให้สุขภาพผิวและเส้นผมดี มีความหนาและลดผมร่วง ซึ่งสรรพคุณของน้ำมันปลานั้นจึงถือเป็นหนึ่งใน 6 วิตามินที่ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผมได้เป็นอย่างดีจึงเหมาะกับผู้ที่ปลูกผมมาแล้วด้วย

จากการศึกษาพบว่า 90 % ของผู้ที่ได้ใช้น้ำมันปลาเส้นผมมีการเจริญดีขึ้น ผมร่วงลดลง และมีเส้นผมหนาขึ้น

การกินอาหารที่มีโอเมก้า 3 หรือ นำมาทา ส่วนใหญ่จะมีอยู่ใน อาร์แกน  ปลาแซลมอน แมคคาเรล ปลาทู ซึ่งหากคุณไม่ได้รับ Omega 3 อย่างเพียงพอให้ทานน้ำมันปลา 1-2 แคปซูล หรือ 1 ช้อนโต๊ะ

  • 2.สังกะสี Zinc

เป็นที่รู้จักและถูกนำมาใช้หลายสิบปีช่วยในการรักษาผมร่วงจาก ผมร่วงเฉียบพลัน telogen effluvium และผมร่วงเป็นหย่อมๆ alopecia areata เนื่องจากประโยชน์ของสังกะสีมีผลต่อสุขภาพรูขุมขน Zinc เป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในการสร้างเอ็นไซม์ที่มีความเกี่ยวข้องกับรูขุมขน ช่วยในให้เร่งผมยาวและเจริญเติบโตเร็วขึ้น ซึ่งบางครั้งพบว่าบางคนขาดสังกะสีก็จะกินแร่ธาตุตัวนี้เพิ่มเข้าไปในร่างกายจะมีอาการดีขึ้นถึง 66%

  • 3.วิตามิน B-Complex หรือ ไบโอติน ( Biotin & B5 )

ไบโอติน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า วิตามิน B5 นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการผมขาดร่วงซึ่ง ไบโอนตินมีประโยชน์ ต่อเส้นผมของผู้ใช้เป็นอย่างมากช่วยให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงจากการถูกทำร้ายของ การใช้แชมพูมากเกินไป โดนแสงแดด ความร้อนจากการใช้ไดร์เป่าผม หนีบผม ทั้งนี้ไบโอตินยังช่วยในการกระตุ้นการโตของเส้นผม

งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ปี 2011 ในวารสารโรคผิวหนัง “The British Journal of Dermatology” ได้ทดสอบถึงคุณสมบัติการรวมตัวของ แพนทีนอล (Panthenol) – วิตามินบีที่เป็นรูปแบบแอลกอฮอล์ของกรดแพนโทเทนิก (Pantothenic Acid) ว่ามีผลกระทบใดๆต่อขนาดและพฤติกรรมของเส้นใยผมในแต่ละบุคคล ผลปรากฎว่าการใช้แพนทีนอลช่วยเพิ่มขนาดของเส้นใยผมได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และยังช่วยให้เส้นใยผมมีความหนารวมไปถึงความยืดหยุ่นมากขึ้นอีกด้วย ทำให้ผมสามารถทนต่อแรงดึงได้โดยไม่ขาดหลุดร่วง

หนึ่งในสาเหตุหลักของการขาด ไบโอติน ที่ทำให้เกิดอาการผมร่วงมักเกิดจากการสูบบุหรี่ การทำงานของตับที่ผิดปกติ หรือ การตั้งครรภ์ จากการวิจัยพบว่าที่ผู้หญิงจำนวนมากนั้นมีการผมร่วงเนื่องจากขณะตั้งครรภ์นั้นจำเป็นต้องใช้ใบโอตินในการแบ่งเซลล์ของทารก จึงทำให้ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรได้รับ ไบโอติน เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ( 5 )

หากต้องการรักษาผมร่วงด้วยวิธีธรรมชาติและเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผมให้ทานวิตามิน B5 ซึ่งมีอยู่ใน ไข่ เนื้อวัว ไก่ น้ำมันอโวคาโด พืชตระกูลถั่วอย่าง อาร์แกน ซึ่งทำให้ช่วยลดผมร่วและเร่งการเติบโตของเส้นผม

  • 4.วิตามินซี Vitamin C

ความเครียดมีส่วนที่ทำให้ผมร่วงเป็นอย่างมากเนื่องจากความเครียดนั้นก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ในร่ายกาย รวมถึงเส้นผม ซึ่งเมื่อมีสารอนุมูลอิสระมากขึ้นทำให้เซลล์มีอายุมากขึ้น

เพื่อต่อสู้กับอนุมูลอิสระและผมร่วงให้ทานอาหารที่มีวิตามินซี อย่างเพียงพอ เช่น ส้ม บร็อคโคลี่ กีวี่ สตรอเบอรรี่ หรือหากต้องการอาหารเสริมให้ทานวิตามินซี 500 – 1000 มิลลิกรัมวันละสองครั้ง

  • 5.ธาตุเหล็ก

มีงานวิจัยหลายชินบ่งบอกว่าการขาดธาตุเหล็กจะทำให้คนๆนั้นผมร่วงและผมบาง ซึ่งนักวิจัยพบว่าผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมีอาการผมร่วง เพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตของเส้นผมนั้นควรบริโภคอาหารที่อุดไปด้วยธาตุเหล็ก ทุกวัน เช่น ผักโขม กระหล่ำปลี ไข่แดง เนื้อ ตระกูลถั่วดำ อย่างไรก็ตามควรรับประทานในปริมาณที่พอดี

  • 6.วิตามินดี

รูขุมขนนั้นมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ซึ่งวิตามินดีถือได้ว่าเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาสมดุลของแคลเซียมภายในร่างกาย และยังช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกันรวมไปถึงการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย ในโลกของวิทยาศาสตร์นั้นทราบกันดีว่าโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ (Alopecia Areata) จะพบได้ในผู้ป่วยที่ได้ขาดวิตมินดี ผู้ป่วยโรคกระดูกอ่อนแบบไม่ตอบสนองต่อวิตามินดี หรือ ผู้ป่วยที่มีภาวะการรับวิตามินดีแบบผิดเพี้ยน

งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าการได้รับวิตามินดีในปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์จะมีโอกาสทำให้เป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิต้านทานเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ เป็นต้น อีกหนึ่งงานค้นคว้าที่ทำการวิจัยศึกษากับผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ จำนวน 86 คน คนไข้โรคด่างขาวจำนวน 44 คน และกลุ่มตัวอย่างที่สุขภาพดีจำนวน 58 คน พบว่า คนไข้ในกลุ่มโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ มีปริมาณวิตามินดีต่ำกว่า คนไข้ในกลุ่มโรคด่างขาวและกลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพดี อย่างมีนัยยะสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นยังพบผลลัพธ์ที่แสดงถึงปริมาณที่ผกผันกับความรุนแรงของโรคที่เป็นอีกด้วย นักวิจัยจึงได้ข้อสรุปว่า คนไข้ในกลุ่มโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ จำเป็นต้องได้รับวิตามินดีเสริมเพื่อทุเลาอาการของโรค

การตากแดดถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูดซับวิตามินดี และยังส่งผลดีในการขจัดพิษภายในร่างกายได้อีกด้วย โดยข้อแนะนำคือให้นั่งตากแดดประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซับวิตามินดีจากธรรมชาติในปริมาณ 10,000 ยูนิต การได้รับวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตและฟื้นฟูเส้นผมในผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆได้ สำหรับการรับประทานอาการเพื่อเสริมสร้างวิตามินดี ขอแนะนำเป็นอาหารประเภทปลา เช่น ปลาฮาริบัท ปลาแมคคอลเรล ปลาไหล ปลาแซลมอน ปลาเนื้อขาวต่างๆ และปลากระโทง รวมไปถึงเห็ดต่างๆ เช่น เห็ดไมตาเกะ และเห็ดพอร์ทาเบลล่า เป็นต้น

Posted in ผม.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *