9 ประโยชน์ สรรพคุณของน้ำมันหอมระเหย ลาเวนเดอร์ Lavender Essential Oil

9 ประโยชน์ สรรพคุณกลิ่นน้ำมันหอมระเหย ลาเวนเดอร์ Lavender Essential Oil

น้ำมันหอมระเหย ลาเวนเดอร์ เป็นกลิ่นที่มีความนิยมใช้มากที่สุดในโลกในตอนนี้ ถึงแม้ว่าคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์จะถูกพบตั้งแต่เมื่อ 2500 ปีที่แล้ว และด้วยคุณสมบัติที่มี สารต้านอนุูลอิสระ ต้านจุลินทรีย์ บรรเทาความเครียด ช่วยให้จิตใจสงบ นำไปใช้ในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า แต่โดยส่วนใหญ่ได้นำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ในปัจจุบัน มันหอมระเหยลาเวนเดอร์ Lavender Essential Oil ได้มีข้อมูลสนับสนุนว่ามีความสามารถในการต้านแบคทีเรีย ใบและลำต้นได้ถูกนำมาต้นเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคบางชนิด แต่ปัจจุบันนิยมนำมาใช้ผสมเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ความสวยความงาม ชาวโรมันนำน้ำมันลาเวนเดอร์มาใช้เพื่ออาบน้ำ ประกอบอาหารและกระจายกลิ่นเพื่อให้หลับสบาย

สรรพคุณ ทั้ง 9 ของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ที่โดดเด่น

  1. ต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุของริ้วรอย จุดด่างดำ
  2. ใช้แต้มสิว กำจัดสิวอักเสบ
  3. เหมาะกับผู้ที่ชอบเที่ยวทะเล ลดผิวไหม้แดด เยียวยาแผลไฟไหม้และแผลผ่าตัด
  4. ช่วยให้ผิวและผมมีสุขภาพที่ดี
  5. ลดผิวแห้งแตก
  6. ช่วยทำให้การนอนหลับดีขึ้น ลดอาการโรคนอนไม่หลับ
  7. คลายความเครียด
  8. บรรเทาอาการปวดต่างๆ
  9. การใช้ร่วมกับการรักษาโรคต่างๆ

ที่สุด ประโยชน์ สรรพคุณ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ Lavender Essential Oil

  • 1.ต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุของริ้วรอย จุดด่างดำ

อนุมูลอิสระ เช่น สารพิษ สารเคมี และมลภาวะ เป็นอันตรายต่อร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ รวมถึงปัญหาสุขภาพผิว สารต้านอนุมูลอิสระจะปิดกั้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

โดยปกติร่างกายจะตอบสนองต่ออนุมูลอิสระโดยการสร้างเอนไซม์สารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะ กลูต้าไธโอน (Glutathione) คะตะเลส (Catalase) ซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส (Superoxide dismutase) ซึ่งช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ

  • 2.ใช้แต้มสิว สิวอักเสบ

น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์สามารถนำหยดใส่สำลี คัตเติ้ลบัต กับทีทรีออยล์ Tea tree oil เพื่อใช้แต้มสิวอักเสบ สิวเห่อ เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรค

  • 3.เหมาะกับผู้ที่ชอบเที่ยวทะเล ลดผิวไหม้แดด เยียวยาแผลไฟไหม้และแผลผ่าตัด

น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมานานหลายร้อยปี ในเรื่องคุณสมบัติต้านจุลินทรีย์ ป้องกันการติดเชื้อต่างๆและต่อสู้กับแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งการค้นคว้ากว่า 100 เคสได้พูดถึงประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ (Lavender Essential Oil) ในการวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาจากไฟไหม้ ผิวไหม้แดด แผลผ่าตัด รอยแผลเป็น ซึ่งเป็นเหตุผลจากความสามารถในการต้านเชื้อจุลินทรีย์

จากการศึกษาได้มีการเผยแพร่โดยใช้เป็นการรักษาทางเลือก เนื่องจากคุณสมบัติการต้านเชื้อจุลินทรีย์และจะดียิ่งขึ้นหากใช้ร่วมกับ กานพูล อบเชย หรือ ทีทรี โดยใช้อันตรา 1 ต่อ 1 ของน้ำมันหอมระเหยพวกนี้

ผลการศึกษาในปี พ.ศ. 2560 พบว่าน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ (Lavender Essential Oil) ช่วยในการรักษาบาดแผลในระยะแรก โดยการเร่งการสร้างเนื้อเยื่อ เช่น แผลจากสิว เกิดสิวอักเสบ แผลถลอกเล็กน้อย และน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ยังช่วยเร่งให้ผิวหนังผลิตคอลลาเจน

สำหรับผิวไหม้ไม่ว่าจะผิวไหม้แดด ไฟไหม้ รอยแผลเป็น เพียงหยดน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ 3-5 หยดผสมกับน้ำมันสกัดเย็นโรสฮิปครึ่งช้อนชาแล้วทาบริเวณที่ต้องการ

  • 4.ช่วยให้ผิวและผมมีสุขภาพที่ดี

เนื่องด้วยน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ (Lavender Essential Oil)มีสารต้านจุลินทรีย์และอนุมูลอิสระเพียงผสมน้ำกับน้ำมันสกัดเย็น เช่น โรสฮิป อาร์แกน โจโจ้บาร์ ก็จะช่วยให้ลดเลือนริ้วรอย รอยแผลเป็น

ใช้น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์สามารถหยดใส่โลชั่นบำรุงผิว เพื่อเพิ่มคุณสมบัติลดการอักเสบจากการแพ้ สิวอักเสบและฝ้ากระจุดด่างดำ

เพียงหยดน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ (Lavender Essential Oil) 3-4 หยดใน น้ำมันอาร์แกน โจโจ้บาร์ หรือน้ำมันมะรุมครึ่งช้อนโต๊ะ แล้วนวดบริเวณที่ต้องการ หรือสามารถหยดเพิ่มในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า

  • 5.ลดผิวแห้งแตก

น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งแตก รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ลดรอยผิวแตกลาย

  • 6.ช่วยทำให้การนอนหลับดีขึ้น

น้ำมันหอมระเหยสกัดจากดอกลาเวนเดอร์นั้นมีฤทธิ์ช่วยทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย ด้วยเหตุนี้การสูดดมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ก่อนนอน จึงสามารถช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น และยังรักษาอาการนอนหลับยากได้อีกด้วย จากการวิจัยในปี 2015 กับกลุ่มตัวอย่างสุภาพสตรีสตรีหลังคลอด 158 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้ดมน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ก่อนนอน 4 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นระเวลา 8 อาทิตย์ และกลุ่มที่ไม่ได้ดมน้ำมันหอมละเหยเลย พบว่า กลุ่มสุภาพสตรีหลังคลอดที่ได้ดมน้ำมันหอมละเหยจะสามารถนอนหลับได้ดีกว่า

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายผลลัพธ์การวิจัยในลักษณะคล้ายกัน ที่เป็นเครื่องยืนยันว่า น้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ช่วยกระตุ้นให้สามารถนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นและช่วยรักษาอาการหลับยากเหมือนที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น ทั้งนี้ยังช่วยให้หลับลึกและสามารถหลับได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย อีกหนึ่งข้อดีของการใช้น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ คือไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่างจากยากล่อมประสาทที่คนส่วนใหญ่ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ  ถือเป็นตัวช่วยในการต่อกรกับโรคนอนไม่หลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยผ่อนคลายให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

หากคุณต้องการพัฒนาช่วงเวลาในการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น ให้ใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์พรมในห้องนอนก่อนการนอนหลับ หรือใช้น้ำมันหอมละเหย 3-5 หยดทาถูที่คอ หน้าอก หรือ บริเวณขมับ เพื่อให้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย ผ่อนคลายจิตใจเพื่อช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างสนิทและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังสามารถใช้น้ำมันหอมละเหยจากดอกลาเวนเดอร์ 15 หยด ผสมกับเกลือเอปซัม (Epsom Salts) ลงในอ่างอาบน้ำ แช่ตัวเพื่อช่วยผ่อนคลายร่างกายหลังการทำงานหนักมาทั้งวัน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำมันมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ร่วมกับส่วนผสมชนิดอื่นๆได้ เช่น น้ำมันหอมระเหยจากดอกโรมันคาโมไมล์ (Roman chamomile essential oil) และน้ำมันแมกนีเซียม (Magnesium oil) ทาบริเวณต้นคอและข้อมือ จะช่วยทำให้เกิดความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ทำให้คุณสามารถนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน

  • 7.คลายความเครียด

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาน้ำมันหอมระเหยได้ถูกนำมาใช้เกี่ยวกับระบบประสาท น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ช่วยในเรื่องของระบบประสาท เช่น โรคปวดหัวไมเกรน ความเครียด และความวิตกกังวล

ในปี 2560 ตามหลักฐานที่เผยแพร่ใน International Journal of Psychiatry in Clinical Practice พบว่าการนำ น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์เสริม 80 มิลกรัมต่อแคปซูล ช่วย บรรเทาความกังวล นอนไม่หลับ

  • 8.บรรเทาอาการปวดต่างๆ

จากหลายงานวิจัยพบว่า น้ำมันหอมละเหยจากดอกลาเวนเดอร์นั้นมีส่วนช่วยในการรักษาอาการปวด เพียงใช้น้ำมันหอมระเหยทาบริเวณที่มีอาการ ก็จะสามารถช่วยลดการอักเสบและความรุนแรงของอาการปวดและทุเลาอาการลงได้ ถือเป็นยาแก้ปวดจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

จากงานวิจัยปี 2015 ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Complementary Therapies in Medicine ระบุว่า น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์สามารถช่วยลดระดับความเจ็บปวดระหว่างการแทงเข็มฟอกไต นักวิจัยกล่าวว่าน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์จะกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อาจนำมาใช้สำหรับการลดอาการเจ็บปวดของผู้ป่วยโรคไตในอนาคต ซึ่งจะป็นการช่วยลดความกลัวและความกังวลของผู้ป่วยเหล่านี้ได้

อีกหนึ่งงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ทางเลือก the Journal of Complementary and Alternative Medicine พบว่าหากผสม น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ น้ำมันจากต้นมาจอแรม (Majoram) น้ำมันสะระแหน่ (Peppermint) และ น้ำมันหอมระเหยพริกไทยดำ เข้าด้วยกัน น้ำมันหอมระเหยที่ได้จะช่วยลดอาการปวดบริเวณต้นคอได้ หากใช้เป็นประจำทุกวัน

อีกผลลัพธ์งานวิจัยที่น่าสนใจเมื่อไม่นานมานี้ ได้ให้การพิสูจน์ว่าน้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ สามารถช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนและอาการจุกบริเวณท้องน้อยเมื่อมีประจำเดือน โดยการใช้น้ำมันหอมระเหยนวดบริเวณที่มีอาการปวดท้องก็จะสามารถทุเลาอาการปวดลงได้ ถือเป็นวิธีการบำบัดอาการปวดท้องประจำเดือนแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง

  • 9.การใช้ร่วมกับการรักษาโรคต่างๆ

งานวิจัยในปี 2012 ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ทางเลือกที่ประเทศแอฟริกา The African Journal of Traditional, Complementary and Alternative Medicines ชี้ให้เห็นว่า กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยของดอกลาเวนเดอช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถรับมือและจัดการกับอาการเครียด อาการคลื่นไส้ อาการปวดเรื้อรัง และอาการหดหู่ได้ดียิ่งขึ้น โดยน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ จะไปช่วยกระตุ้นการสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ปรับภาวะอารมณ์ ส่งผลทำให้ผู้ป่วยสามารถพักผ่อนได้เป็นระยะเวลาที่นานขึ้น และ ยังลดความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการรักษาผู้ป่วยเหล่านี้

การใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์นวดบริเวณต้นคอ หน้าอก ข้อมือ และ ขมับ จะสามารถช่วยทำให้ให้รู้สึกผ่อนคลาย คลายความกังวล และยังสามารถระงับอาการปวดจากการใช้กล้ามเนื้อ ข้อตามร่างกาย รวมไปถึงอาการเจ็บปวดจากการถูกฉีดยาได้อีกด้วย เพียงใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ 2-3 หยด  ทาบริเวณที่ปวดหรือมีอาการ

หรือหากต้องการใช้เพื่อลดความกังวลและความเครียดต่างๆ หลังการผ่าตัด การรักษาด้วยเคมีบำบัด ก็สามารถทำได้ โดยการพรมน้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ในห้องนอนหรือดมจากขวดโดยตรง ก็สามารถทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น

การใช้ น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ ที่บ้าน

ใช้ทำน้ำหอมและผลิตภัณฑ์บำรุงต่างๆ

          หากคุณต้องการมีกลิ่นตัวที่หอมแบบธรรมชาติ ไร้สารเคมี น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งสำหรับคุณสุภาพสตรีและคุณสุภาพบุรุษ โดยสามารถใช้น้ำมันหอมระเหยแบบเข้มข้นทาบนบริเวณที่ต้องการ หรือหากต้องการกลิ่นสัมผัสแบบบางเบา ให้เจือจางน้ำมันหอมระเหยกับน้ำแล้วฉีดพ่นตามตัว

          การใช้เพื่อกลิ่นสัมผัสแบบธรรมชาติ ให้ใช้น้ำมันหอมระเหย 2-3 หยด หยดลงบนฝ่ามือ ชโลมให้ทั่ว และทาลงบนผิวกายหรือบริเวณผม และหากต้องการแบบเจือจาง ให้ผสมน้ำมันหอมระเหยกับน้ำแล้วใส่ขวดสเปร์ย ด้วยอัตราส่วนโดยประมาณคือ น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ 2 หยด กับน้ำ ครึ่งถ้วย

          นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ผสมกับ น้ำมันหอมระเหยจากไม้ซีดาร์ (Cedarwood Essential Oil) หรือน้ำมันหอมระเหยจากกำยานไม้ฟรานคินเซ่น (Frankincense Essential Oil) เพื่อใช้เป็นผลิตภัณ์บำรุงต่างๆได้อีกด้วย เช่น โลชั่นทาผิวเอนกประสงค์โฮมเมดที่ใช้ น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ ผสมกับ น้ำมันไม้ฟรานคินเซ่น และ น้ำมันสะระแหน่ ที่สามารถใช้บรรเทาอาการจากแผลไฟไหม้และบำรุงผิวให้แลดูสุขภาพดี

          อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือการผสม น้ำมันหอมละเหยดอกลาเวนเดอร์หยดเข้ากับแชมพูยาสระผม โดยคุณสามารถสร้างสรรค์แชมพูในแบบของคุณเองได้ตามต้องการ เช่น แชมพูสระผมมะพร้าวและดอกลาเวนเดอร์ เป็นต้น

1.น้ำหอมปรับอากาศกลิ่นธรรมชาติปราศจากเคมี

          ผสมน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์กับน้ำในอัตราส่วนเดียวกันกับการทำน้ำหอม คุณจะได้ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศที่มีกลิ่นหอมแบบธรรมชาติแบบ ไร้สารพิษและสารเคมีใดๆไว้ใช้ที่บ้าน สร้างกลิ่นหอมชวนผ่อนคลายให้คุณได้ทุกเวลา สามารถใส่ขวดสเปรย์เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น โดยใช้ฉีดบริเวณที่ต้องการในบ้านหรือลองฉีดที่เตียงหรือหมอนที่ใช้นอนก็ไม่เลว และยังสามารถใช้พ่นในบริเวณห้องน้ำหรือผ้าเช็ดตัวเพื่อสร้างประสบการณ์การผ่อนคลายที่แสนวิเศษ ร่วมกับการอาบน้ำได้อีกด้วย

2.ลิปบาล์มธรรมชาติไร้สารพิษ

          น้ำมันจากดอกลาเวนเดอร์สามารถช่วยป้องกันริมฝีปากจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้ริมฝีปากไม่แห้งกร้าน ชุ่มชื้นอยู่เสมอ เพียงใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ผสมกับเชียร์บัตเตอร์ (shea butter) น้ำมันโจโจบา (Jojoba oil) และน้ำมันมะพร้าว (Coconut oil) ทาริมฝีปากก่อนออกจากบ้าน ก็จะสามารถช่วยปกป้องริมฝีปากจากแสงแดด และยังช่วยบำรุงให้ริมฝีปากแลดูสุขภาพดีอยู่เสมอ หรือหากมีผิวบริเวณอื่นที่ถูกทำร้ายโดยแสงแดด ให้นำน้ำมันผสมนี้ทา ก็จะสามารถช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณนั้นให้กลับมาแลดูสุขภาพดีขึ้นได้ พร้อมทั้งยังช่วยปกป้องอาการคันและอาการลอกของผิวหนังจากการถูกแสงแดดแผดเผาได้อีกด้วย

สูตรลิปบาล์มที่น่าสนใจเช่น Homemade Lavender Mint Lip Balm ที่สามารถช่วยดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้นดูอวบอิ่มอยู่เสมอ

3.ช่วยบรรเทาอาการมวลท้อง คลื่นไส้

ผู้ใช้หลายคนยืนยันว่ากลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ หากคุณรู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียน หรือมีความจำเป็นต้องเดินทางโดยรถหรือเครื่องบินโดยสาร ลองใช้น้ำมันหอมละเหยลาเวนเดอร์ทา ตามร่างกาย เสื้อผ้า หรือขมับ คุณจะพบว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนเหล่านั้นทุเลาลง

4.ใช้เป็นรสชาติแฝงที่ทำให้เมนูอาหารสุขภาพน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

กลิ่นของดอกลาเวนเดอร์เป็นตัวชูรสชาติในเมนูอาหารได้ดีเยี่ยม และข่าวดีคือน้ำมันของดอกลาเวนเดอร์สามารถรับประทานได้

เมนูอาหารต่างๆเช่น มัฟฟิน ชา หรือ น้ำสลัด หากใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ผสมลงไปเล็กน้อยจะทำให้มีรสชาติที่ลึกล้ำมากยิ่งขึ้น แต่ต้องใช้ในปริมาณน้อยเท่านั้นเพราะน้ำมันดอกลาเวนเดอร์มีรสชาติที่เข้มข้นมาก และจำเป็นต้องใช้น้ำมันลาเวนเดอร์ที่มีความบริสุทธิ์ 100% คุณภาพดีจากแหล่งผลิตที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยสามารถใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ 1-2 หยดกับสูตรอาหารของคุณ เพื่อกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น รสชาติของลาเวนเดอร์นั้นเข้ากันดีอย่างมากกับส่วนประกอบอย่าง โกโก้เข้มข้น น้ำผึ้งบริสุทธิ์ มะนาว แคนเบอร์รี่ น้ำส้มสายชูบัลซามิค พริกไทยดำและแอ๊ปเปิล สูตรขนมที่ใช้น้ำมันลาเวนเดอร์เป็นส่วนประกอบเช่น โดนัทมะนาวลาเวนเดอร์มังสวิรัติที่ทำจากแป้งถั่วเขียว เป็นต้น

การหาซื้อ

หากต้องการซื้อน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ คุณต้องแน่ใจว่าคุณได้ซื้อยี่ห้อที่มีความบริสุทธิสูง คุณภาพเทียบเท่าเกรดที่ใช้สำหรับการแพทย์เท่านั้น

และหากคุณกำลังต้องการสูตรผสมน้ำมันดอกลาเวนเดอร์กับน้ำมันหอมละเหยอื่นๆเพื่อประโยชน์การใช้งานที่มากมายเหนือจินตนาการ ขอแนะนำให้คุณดูที่ Blog นี้ได้เลย >> 5 วิธีผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์สำหรับผิวหน้าและผมแห้ง

ผลข้างเคียงและข้อควรใช้ของน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์

โดยปรกติแล้วการใช้น้ำมันหอมระเหยดอกระเวนเดอร์ ผู้ใช้จะได้รับคุณประโยชน์ต่างๆตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และการใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ก็มีความปลอดภัย 100% อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลการวิจัยมากพอสำหรับการใช้น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์กับการรักษาทางการแพทย์อื่นๆนอกเหนือจากงานวิจัยต่างๆที่ได้กล่าวมาในข้างต้น รวมไปถึงการใช้กับสตรีมีตั้งครรภ์ ดังนั้นสตรีมีตั้งครรภ์จึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหยเป็นพิเศษ

  • สำหรับการใช้ร่วมกับยารักษาโรค: ในกรณีที่คุณอยู่ในระหว่างการรักษาใดๆกับแพทย์ และต้องรับประทานยานอนหลับหรือยารักษาอาการซึมเศร้าร่วมในการรักษานั้นๆ การใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ร่วมกับการรับประทานยาดังกล่าวจะทำให้ผลของการยานั้นมีมากขึ้น รวมไปถึงยาระงับประสาท หรือยาที่มีผลข้างเคียงทำให้ง่วง ดังนั้นควรระมัดระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหยร่วมกับยาเหล่านี้
  • และหากในอนาคตคุณมีความจำเป็นต้องดมยาสลบเพื่อรับการรักษาใดๆ คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมละเหยดอกลาเวนเดอร์ก่อนการรับยาสลบเช่นเดียวกัน
  • สตรีมีครรภ์: สตรีมีครรภ์สามารถใช้น้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ได้อย่างปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะการใช้น้ำมันหอมละเหยดอกลาเวนเดอร์นั้นจะมีผลต่อสภาวะอารมณ์และระดับฮอร์โมน ดังนั้นการใช้น้ำมันหอมระเหยในระยะใกล้คลอดจึงต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เพราะยังไม่มีผลการวิจัยสำหรับผลข้างเคียงของการใช้น้ำมันหอมระเหยในแต่ละช่วงอายุครรภ์
  • การใช้กับเด็ก: เด็กก็สามารถใช้น้ำมันหอมละเหยดอกวาเลนเดอร์นี้ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน แต่ยังมีข้อกังขาถึงการใช้กับเด็กเล็ก เนื่องจากอาจมีผลต่อระดับฮอร์โมนของเด็ก และเพราะว่ายังไม่มีผลการวิจัยมาชี้ชัดว่าน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์นั้นมีผลต่อระดับฮอร์โมนของเด็กเล็กมากน้อยเพียงใด แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสี่ยง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมระเหยกับเด็กเล็กจะดีกว่า

การรับประทาน: การวิจัยส่วนมากจะเน้นไปที่ผลลัพธ์ของการสูดดมหรือการทาน้ำมันหอมระเหยดอกลาเวนเดอร์ที่ผิวหนัง ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายใดๆออกมา จากบทความที่เชื่อถือได้ในปี 2013 เปิดเผยว่ามีการทดลองรับประทานน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ในปริมาณมากถึง 80 – 160 มิลลิกรัม โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายใดๆเลย นอกจากแก๊สในกระเพาะอาหารเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารในกรณีที่ต้องการรับประทานน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ ให้รับประทานในปริมาณที่น้อยที่สุดและไม่ควรรับประทานหากคุณมีระบบย่อยอาหารที่ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตามยังไม่ปรากฎเมนูอาหารที่ใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์เป็นส่วนประกอบอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน

Posted in น้ำมันหอมระเหย Essential Oils.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *