Jojoba oil น้ำมันโจโจ้บาออย

8 ที่สุดสรรพคุณทาหน้า บำรุงผิวและผม ของน้ำมันโจโจ้บาออย Jojoba Oil คือ

น้ำมันโจโจ้บาออย Jojoba Oil คือ ของเหลวที่มาจากเมล็ดของพืช Simmondsia chinensis (jojoba) ซึ่งเป็นไม้พุ่มที่อยู่ทางตอนใต้ของรัฐแอริโซนาทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียและเม็กซิโกตะวันตกเฉียงเหนือ แม้ว่าจะเรียกว่าน้ํามัน แต่จริงๆแล้วมันเป็นแว็กซ์จากพืชใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับอาการป่วยเป็นจำนวนมาก ชาวอเมริกันพื้นเมืองใช้น้ํามันโจโจบาออย (Jojoba Oil)ในการรักษาแผลและรอยฟกช้ำ

ซึ่งในปัจจุบันได้ใช้น้ำมันโจโจ้บาออย (Jojoba Oil) ในการรักษาสิว สะเก็ดเงิน และผิวแตกลาย นอกจากนี้ยังนำมาใช้กับผู้ที่มีผมร่วง หัวล้านเพราะน้ำมันโจโจ้บาออยช่วยกระตุ้นให้ผมกลับมาเจริญเติบโต โจโจ้บายังช่วยทำให้ผิวนวล เรียบเนียนและไม่อุดตันรูขุมขน หลายคนรู้ว่าน้ำมันโจโจ้บาเป็นน้ำมันพื้นฐานเพื่อใช้ผสมกันน้ำมันหอมระเหย บ้างก็นำไปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามสำหรับผิวและเส้นผม แต่จริงๆแล้วน้ำมันโจโจ้บาออย มีคุณสมบัติเป็น moisturizer และช่วยรักษาผิว

วิธีใช้น้ำมันโจโจ้บาออย (Jojoba Oil)

ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นน้ำมันโจโจ้บาออย 100% แล้วไม่มีสารแต่งเติมใดๆ ที่อาจทำให้ผิวของคุณระคายเคือง

การใช้โจโจ้บาออย (Jojoba Oil) สามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลาย เพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่จะนำทดลองไปหยดใสในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมของคุณ โดยอาจหยดโจโจ้บาออยลงไป 2-3 หยด ต่อไปนี้จะเป็นการแนะนำการนำไปใช้

  • เป็น moisturizer ให้กับผิวหน้า

หยด 4-6 หยดแล้วทาที่หน้าในตอนเช้าและก่อนนอน

  • เป็น moisturizer ให้กับผม

อาจใช้น้ำมันโจโจ้บา(Jojoba Oil) 3-5 หยด ใส่ลงไปในครีมนวดผม หรืออาจใช้ 1-2 หยดแล้วนวดที่หนังศีรษะหลังอาบน้ำเสร็จ

  • ใช้เช็ดเครื่องสำอาง Makeup Removal

หยดน้ำมันโจโจ้บา  3-5 หยด ลงบนคัตเติ้ลบัตแล้วใช้เช็ดเครื่องสำอางออก

  • ลิปบาล์ม

ทาน้ำมันโจโจ้บา 1-2 หยดลงบนริมฝีปากของคุณทุกครั้งที่ต้องการ

  • ลดการติดเชื้อ อักเสบ การระคายเคือง

ทาน้ำมันโจโจ้บาในบริเวณที่ ติดเชื้อหรือระคายเคือง วันละ 2 ครั้ง

8 ประโยชน์ สรรพคุณทาหน้า บำรุงผิวและผม ของน้ำมันโจโจ้บา Jojoba Oil

  • 1.ทาหน้าเป็น moisturizer ให้กับผิว

เมื่อเราส่องกล้องจุลทัศน์บนผิวหนังของเราก็จะพบกับต่อมไขมันที่ช่วยให้ผิวมันหรือ wax เรียกว่าไขมัน ซึ่งไขมันนี้มีลักษณะคล้ายกับโจโจ้บาออยมาก และเมื่อเราอายุมากขึ้นต่อม sebaceous ก็จะผลิตไขมันลดลงซึ่งทำให้เกิดผิวแห้ง ผมแห้งลงและนำไปสู่การเป็นรังแคและคันศรีษะ

น้ำมันโจโจบามีประโยชน์และมีบทบาทในการให้ผิวและผมชุ่มชื่นเมื่อร่างกายเริ่มหยุดผลิตไขมัน ในขณะที่ไขมันที่มากเกินไป ที่เกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นหรือช่วงที่มีฮอร์โมนสูงจะส่งผลให้ผิวมันและเป็นสิว น้ำมันโจโจบาช่วยขจัดไขมันส่วนเกินนี้ออกไป อีกทั้งช่วยปรับสมดุล ซึ่งเป็นการรักษาสิวตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง

น้ํามันโจโจบาออยทำให้ผิวนุ่มนวลดูเป็นธรรมชาติ เพราะให้ความชุ่มชื่นและป้องกันการระคายเคือง คราบสกปรก และผิวที่หยาบกระด้าง ผิวที่แห้งกร้านมาจากการสูญเสียน้ำจากผิวหนังชั้นนอก ซึ่งน้ำมันโจโจ้บาทำงานคล้ายกับกรดไขมันบนผิวหนังซึ่งป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำบนผิวหนังมากเกินไป ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกส่วนของร่างกาย คลังน้ำมันโจโจ้บาไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการแพ้

  • 2.ลบเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด

คุณสามารถใช้น้ำมันโจโจ้บาลบเครื่องสำอางได้อย่างปลอดภัย ซึ่งมันดีสำหรับผิวหน้าของคุณเพราะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติทั้งสิ้นแทนที่จะใช้ Make up remover ที่มีสารประกอบทางเคมี น้ำมันโจโจ้บาเป็นน้ำมันตามธรรมชาติที่ขจัดสิ่งสกปรก เครื่องสำอางและแบคทีเรียจากผิวหน้าของคุณ ซึ่งปลอดภัยขณะลบเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา และค่อนข้างปลอดภัย

  • 3.ลดรูขุมขนอักเสบจากการโกน

คุณไม่ต้องใช้ครีม เจล ซื้อโฟมก่อนโกนบริเวรที่มีขนอีกต่อไป คุณสามารถใช้น้ำมันโจโจ้บาแทนได้ ซึ่งโฟมที่ใช้ก่อนโกนขนอาจมีสารเคมีเป็นส่วนประกอบซึ่งอาจทำให้รูขุมขนอุดตันได้ ถ้าคุณลองใช้น้ำมันโจโจ้บาก่อนโกนน้ำมันโจโจ้บาจะทำให้การโกนของคุณง่ายขึ้นอีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวลดการระคายเคืองจากการโกนได้อย่างรวดเร็ว

  • 4.ช่วยให้สุขภาพผิวดี

น้ำมันโจโจ้บาถึงแม้จะเป็นน้ำมันแต่ก็ไม่อุดตันรูขุมขน ซึ่งคนทั่วไปมักคิดว่าน้ำมันที่อยู่บนหน้าเราก่อให้เกิดสิวแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ น้ำมันโจโจ้บาสามารถป้องกันและทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี น้ำมันโจโจบายังมีไอโอดีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถป้องกันแบคทีเรียเจริญเติบโตและกำจัดสิว น้ำมันโจโจ้บามีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการแตกลายของผิว  ริ้วรอย ทำให้ผิวดูเด็ก

จากการศึกษา และวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและชีวิตในประเทศอิตาลี น้ำมันโจโจ้บาช่วยเร่งการฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และจากการศึกษาน้ำมันโจโจ้บามีโอกาสที่จะส่งผลกระทบเป็นพิษต่ำมาก

  • 5.บำรุงผมและหนังศีรษะให้สุขภาพดี

น้ำมันโจโจ้บาช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื่นและพื้นผิวของเส้นผม ช่วยรักษาหนังศรีษะแห้งและรังแค คุณสามารถใช้น้ำมันโจโจ้บาหากต้องการให้ผมสุขภาพดีดูเปล่งปลั่ง นุ่มสลวย และคืนทรง ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆในการใช้ร่วมกับครีมนวดผมและ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอื่นๆ

เพื่อให้การหวีผมให้ง่ายขึ้นคุณสามารถหยดน้ำมันลงบนหวีหรือเส้นผม ก่อนจะหวีผมจะช่วยให้การหวีผมง่ายขึ้นและขจัดคราบสิ่งสกปรกออกไป

จากการศึกษาจากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมริแลนด์พบว่าหากใช้ร่วมกับน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณสมบัติในการรักษาผมร่วง เช่น ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ ธีม และไม้ซีดาร์ ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจหยดน้ำมันหอมระเหย 3-6 หยด ปั๊มน้ำมันโจโจ้บา 1 ช้อนโต๊ะ ก็จะช่วยลดอาการผมร่วงและเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม

  • 6.มีวิตามินอี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอย เพิ่มความชุ่มชื่นและยืดหยุ่นให้กับผิว ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านริ้วรอยตามธรรมชาติในร่างกายของคุณ จากการศึกษาพบว่าวิตามินอี ช่วยลดอาการแพ้ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้สุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระสามารถช่วยป้องกันมลภาวะจากควันบุหรี่ รังสี UV มะเร็งผิวหนัง

เมื่อใช้น้ำมันโจโจ้บา วิตามินอีใน jojoba จะซึมผ่านชั้นผิวหนังกำพร้าซึ่งช่วยลดผิวไหม้แดด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งผิวหนัง เพราะช่วยเร่งฟื้นฟูเซลล์ สามารถลดรอยแผลเป็น สิวและริ้วรอย วิตามินอียังมีคุณนะประโยชน์อย่างหนึ่งคือช่วยให้ผมหนาขึ้น

  • 7.มีวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ปรับสมดุล ลดสิวฮอร์โมน

วิตามินบีมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระและลดการถูกทำลายเซลล์ วิตามินบีดีต่อผิวและช่วยให้ฮอร์โมนอยู่ในสภาพสมดุลสาเหตุของสิวฮอร์โมน วิตามินบี 5 หรือเรียกว่า Pantothenic Acid ช่วยในการรักษาผิวที่โดนรังสี รอยแผล และแผลผ่าตัด เป็นที่รู้จักกันในการลดริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระก่อนวัยอันควร

จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า Pantothenic Acid ช่วยเร่งการรักษาตามธรรมชาติของร่างกาย จากการใช้น้ำมันโจโจบาช่วยให้ผิวของคุณปลอดจากการติดเชื้อและแบคทีเรีย

  • 8.ต่อสู้กับเชื้อราและการติดเชื้อ

น้ำมันโจโจ้บามีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราและการติดเชื้อ ผื่นคัน สามารถกำจัดเชื้อราจากเท้าของนักกีฬา ซึ่งจากการศึกษาในปี 2548 พบว่าน้ำมันโจโจ้บามีผลในการต้านโรคผื่นคัน

เหตุผลที่ทำให้พืชโจโจ้บามีคุณสมบัติในการบำรุง

โครงสร้างทางเคมีของน้ำมันโจโจ้บา จะเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการปกป้องผิวให้ชุ่มชื่น ให้ผิวและผมเรียบเนียน น้ำมันโจโจบามีอายุการเก็บรักษายาวนานมากจึงเหมาะแก่การนำไปผสมในเครื่องสำอางหรือประยุกต์ใช้อื่นๆ

น้ำมันโจโจ้บาประกอบด้วยสารอาหาร ได้แก่ วิตามินอี วิตามินบี คอมเพล็กซ์ Silicon โครเมียม ทองแดงและสังกะสี และมีปริมาณไอโอดีนมากถึง 82 เปอร์เซ็นต์ และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 3 ชนิด ได้แก่ erucic gadoleic และ oleic

สูตรเบื้องต้นในการใช้น้ำมันโจโจ้บาออยล์

น้ำมันโจโจ้บาเป็นน้ำมันพื้นฐานในการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจำนวนมาก สามารถผสมกับ น้ำมันหอมระเหยที่คุณชอบได้เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า โลชั่นหรือแชมพู

ซึ่งโลชั่นโดยทั่วไปมักผลิตจากสารเคมี สารแต่งกลิ่น เราจึงอยากให้คุณลองโลชั่นทำเองง่ายๆจากน้ำมันโจโจ้บานี้แทน หากผสมรวมกับน้ำมันโรสฮิปออยก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของริ้วรอย ฝ้า กระและจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวคุณดูอ่อนเยาว์และแข็งแรง

ทำเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายด้วยตนเองโดยปราศจากสารเคมี มันจะช่วยทำความสะอาดร่างกายและฆ่าแบคทีเรียในขณะเดียวกันก็ยังบำรุงและให้วิตามินกับผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและความแข็งแรงให้กับผิว

ทำเป็นเซรั่มลดเลือนริ้วรอยด้วยตนเอง

เนื่องจากเซรั่มลดริ้วรอยอาจมีราคาแพงและอาจผสมกับสารเคมี ลองใช้สูตรเซรั่มลดเลือนริ้วรอยด้วยตนเองดู มันมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารที่จะช่วยให้ผิวดูสดใสและอ่อนเยาว์จากวัตถุดิบตามธรรมชาติ

วัตถุดิบ

น้ำมันโรสฮิปออย์ (Rosehip Oil) 30 ml

-น้ำมันโจโจบา (Jojoba Oil) 30 ml

น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) 30 ml

-น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ (Lavender Essential Oil) 20 หยด

-น้ำมันหอมระเหยเมล็ดแครอท (Carrot Seed Essential Oil) 10 หยด

ผสมวัตถุดิบทั้งหมดไว้ในขวดทึบและใช้ทุกเช้าและกลางคืนบนผิวหน้า คอและหน้าอก

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

น้ำมันโจโจ้บามีความปลอดภัยกับผู้ใช้ส่วนใหญ่เมื่อนำไปใช้กับผิวหนัง รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์ แต่การใช้น้ำมันโจโจ้บาก็อาจแพ้กับบางคนทำให้เกิดผื่นคัน และไม่ควรใช้น้ำมันโจโจ้บาในการกินเข้าไป เพราะมันมีสารที่เรียกว่ากรด Erucic ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจ และผลข้างเคียงอื่นๆ ดังนั้นจึงควรใช้น้ำมันโจโจ้บาแต่ภายนอกและไม่ควรนำไปบริโภค

Posted in น้ำมันสะกัดเย็น Virgin oil และ Butter.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *