7 สุดยอดน้ำมันหอมระเหยสำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ

8 สุดยอดน้ำมันหอมระเหยสำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ

น้ำมันหอมระเหยที่สามารถใช้บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ในปัจจุบันนั้นมีมากมายหลายชนิด ซึ่งการเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด ก็ควรยึดตามจุดประสงค์และผลลัพธ์ที่คาดหวังของผู้ใช้ เช่น ใช้เพื่อให้ผมหนา แข็งแรง ใช้เพื่อป้องกันรังแคและรักษาอาการหนังศีรษะแห้ง ใช้เพื่อให้ผมตรงสวยดูสุขภาพดี หรือ ใช้เพื่อทำให้สีผมอ่อนลงอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นต้น น้ำมันหอมระเหยได้รับการรับรองแล้วว่าปลอดภัยเพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติและมีประสิทธิภาพเทียบเท่าผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีอยู่ในท้องตลาด

นอกจากนี้หากเปรียบเทียบราคาต่อจำนวนครั้งที่สามารถใช้ได้และความหลากหลายในการใช้งานของน้ำมันหอมระเหยกับผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีขายตามท้องตลาดจะพบว่า การเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่ามาก  เพราะ 1 ขวดของน้ำมันหอมระเหยที่คุณเลือกใช้ ไม่เพียงแต่จะช่วยบำรุงเส้นผมได้แล้ว ยังสามารถใช้เพื่อการบำบัดอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การลดความเครียด บรรเทาอาการปวดต่างๆ และ ช่วยรักษาอาการติดเชื้อทางผิวหนังได้อีกด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยเป็นสารสกัดจากธรรมชาติตามที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น จึงทำให้คุณผู้ใช้ไม่ต้องเสี่ยงกับการได้รับอันตรายจากสารเคมีใดๆ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่ง

8 สุดยอดน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ มีดังนี้

  • 1.น้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์ Juniper Berry

หนึ่งในน้ำมันหอมระเหยที่โดดเด่นในการบำรุงเส้นผม เหมาะกับคนที่มีหนังศีรษะแพ้ง่าย อีกทั้งยังกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ลดการขาดหลุดร่วง ป้องกันการเกิดรังแค ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังอ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะของคุณ

  • 2.น้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ Lavender

นอกจากกลิ่นหอมหวานแล้ว ลาเวนเดอร์ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งสรรพคุณของลาเวนเดอร์ จะช่วยรักษาหนังศีรษะและเส้นผมแห้ง อีกทั้งปัจจัยความเครียดยังเป็นสาเหตุของผมร่วง ซึ่งน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์จะช่วยลดความเครียด และปรับสภาพอารมณ์ให้รู้สึกสงบ

  • 3.น้ำมันหอมระเหยโรสแมรี่ Rosemary

น้ำมันโรสแมรี่ถือเป็นสุดยอดน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตและบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เพราะน้ำมันหอมระเหยโรสแมรี่จะไปกระตุ้นกระบวนการเมแทบอลิซึมของเซลล์ซึ่งเป็นผลให้กระบวนการฟื้นฟูของร่างกายต่างๆดีขึ้นและเส้นผมมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า น้ำมันหอมระเหยโรสแมรี่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับ ไมโนซิดิล (minoxidil) ผลิตภัณฑ์รักษาอาการผมขาดหลุดร่วง อีกด้วย สามารถกล่าวได้ว่าน้ำมันหอมระเหยโรสแมรี่สามารถช่วยรักษาอาการหัวล้าน ลดการเกิดผมขาว และยังช่วยรักษารังแค รวมไปถึงอาการหนังศีรษะแห้ง ได้เช่นกัน

สำหรับการใช้น้ำมันโรสแมรี่เพื่อบำรุงเส้นผม สามารถทำได้โดยการใช้ น้ำมันโรสแมรี่ประมาณ 3-5 หยด ผสมกับน้ำมันอาร์แกนในปริมาณที่เท่ากัน และนวดให้ทั่วหนังศีรษะประมาณ 2 นาที หลังจากนั้นให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง แล้วค่อยล้างออก

  • 4.น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์ Chamomile

น้ำมันคาโมมายล์เป็นอีกตัวเลือกน้ำมันหอมระเหยที่ดีที่สุดในการใช้บำรุงเส้นผม เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์มีคุณสมบัติที่สามารถช่วยให้เส้นผมแลดูเงางาม นุ่มสลวย ดูสุขภาพดี ไปพร้อมกับการบำรุงหนังศีรษะของคุณผู้ใช้ได้อีกด้วย

ทราบหรือไม่ว่า น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์ สามารถช่วยปรับสีผมให้อ่อนลงอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการใช้น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์เพียง 3 หยด ร่วมกับเกลือทะเล 1 ช้อนชา และเบกกิ้งโซดา 1/3 ถ้วย ผสมกับน้ำอุ่น หลังจากส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อครีม ให้ทาส่วนผสมนั้นให้ทั่วศีรษะ พร้อมนวดให้ส่วนผสมซึมเข้าไปถึงหนังศีรษะ ก่อนพอกทิ้งไว้ประมาณ 30 – 60 นาที แล้วล้างออก หากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด ให้พอกส่วนผสมบนเส้นผม

งานวิจัยที่ใช้น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์ทดลองกับสุภาพสตรี 50 คน ที่ย้อมสีผมเป็นประจำพบว่า กลุ่มสุภาพสตรีดังกล่าวรู้สึกมั่นใจมากขึ้นหลังการย้อมสีผม เมื่อเทียบกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติจะทำให้คุณผู้ใช้ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจากสารเคมีที่อาจได้รับจากผลิตภัณฑ์เคมีต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์และสารฟอกขาว

  • 5.น้ำมันหอมระเหยซีดาร์วู้ด Cedarwood

ซีดาร์วู้ดช่วยในการสร้างรูขุมขนโดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังหนังศีรษะ น้ำมันหอมระเหยซีดาร์วู้ด จึงช่วยในการเจริญเติบและลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม และยังสามารถช่วยรักษาอาการผมบางรวมไปถึงอาการผมร่วงต่างๆได้อีกด้วย

จากงานศึกษาวิจัยในสก็อตแลนด์ที่ทดลองกับผู้ป่วยผมร่วงจำนวน 86 คน โดยแบ่งผู้ป่วยดังกล่าวออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับการนวดบำบัดโดยการใช้น้ำมันหอมระเหยซีดาร์วู้ด ไทม์ โรสแมรี่ และ ลาเวนเดอร์ ผสมกับน้ำมันโจโจบาออยล์ ( Jojoba Oil ) และ น้ำมันจากเมล็ดองุ่น ( Grapeseed Oil ) นวดบำบัดที่หนังศีรษะเป็นประจำทุกวัน โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 ได้รับการนวดศีรษะโดยการใช้แค่น้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่นเท่านั้น ภายหลังการทดลอง 7 เดือน ผู้ป่วย 44% ในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการนวดบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยมีอาการผมร่วงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่อีกกลุ่มผู้ป่วยทดลอง มีผู้ป่วยเพียง 15% เท่านั้นที่อาการผมร่วงลดลง

น้ำมันหอมระเหยซีดาร์วู้ด ยังสามารถช่วยลดอาการระคายเคืองต่างๆบนผิวหนังพร้อมกับคุณสมบัติการไล่แมลง ซึ่งเหมาะกับคุณผู้ใช้ที่ชื่นชอบกิจกรรม Outdoor ในช่วงหน้าร้อนเป็นอย่างยิ่ง

สามารถใช้น้ำมันหอมระเหยซีดาร์วู้ดทาที่ผมและหนังศีรษะเป็นประจำทุกวัน โดยน้ำมันหอมระเหยซีดาร์วู้ดจะเข้ากันได้ดีกับน้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ และ น้ำมันตัวพา เช่น น้ำมันอาร์แกน นอกจากนี้คุณผู้ใช้ยังสามารถใช้น้ำมันซีดาร์วู้ดในปริมาณ 3-4 หยด ผสมกับครีมนวดออแกนิค เพื่อการบำรุงที่ดียิ่งขึ้นได้อีกด้วย

  • 6.น้ำมันหอมระเหยคลารี่เสจ Clary Sage

สารประกอบธรรมชาติสำคัญที่อยู่ใน น้ำมันหอมระเหยคลารี่เสจ นั้นเรียกว่า ลินาลิล อะซีเทต (Linalyl acetate) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ รวมไปถึงการควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิวหนัง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า คลารี่เสจ เป็นวิธีทางเลือกแบบธรรมชาติในการรักษาผดผื่น และช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียได้ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า จริงๆแล้ว คลารี่เสจ ยังสามารถช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายและบำบัดอาการเครียดได้อีกด้วย

เช่นเดียวกันกับน้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ น้ำมันหอมระเหยคลารี่เสจนั้นสามารถลดอาการหลุดร่วงของเส้นผมอันมีสาเหตุมาจากความเครียด และยังช่วยลดระดับคอร์ติซอในร่างกาย (ฮอร์โมนแห่งความเครียด)ได้ น้ำมันหอมระเหยคลารี่เสจ จึงเป็นการบำบัดอาการผมร่วงด้วยวิธีธรรมชาติอย่างแท้จริง

น้ำมันหอมระเหยคลารี่เสจ เข้ากันได้ดีกับน้ำมัน โจโจบา เมื่อใช้ผสมกันจะสามารถช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างน้ำมันส่วนเกินบนผิวหนังได้ และ ยังเป็นการป้องกันการเกิดสะเก็ดเป็นหย่อม ๆ ตามหนังศีรษะซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดรังแคในท้ายที่สุด สำหรับการใช้เพื่อบำบัดความเครียด คุณผู้ใช้สามารถทาบางๆที่บริเวณข้อมือหรือฝ่าเท้า หรือฉีดพ่นภายในบริเวณบ้านได้เช่นกัน

  • 7.Tea Tree Oil น้ำมันหอมระเหยทีทรี

เป็นน้ำมันหอมระเหยที่โดดเด่นในการฆ่าเชื้อซึ่งช่วยให้ผู้ที่มีรังแคจากเชื้อรา มีอาการดีขึ้น เพียงผสมเข้ากับยาสระผมสระเป็นประจำจะช่วยลดเชื้อราบนหนังศีรษะ

  • 8.น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์

น้ำมันเปปเปอร์มินต์มีส่วนช่วยในการกระตุ้นหนังศีรษะ รักษารังแค และป้องกันเหา เนื่องจากเปปเปอร์มินต์มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ จากงานวิจัยพบว่าน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์สามารถช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยงานวิจัยที่ทำการศึกษากับสัตว์ทดลองเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ในปี 2014 พบว่าการใช้น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์ทาที่ผิวหนังของสัตว์ทดลอง ทำให้รูขุมขนของสัตว์ทดลองมีมากขึ้นและความลึกของรูขุมขนก็มากขึ้นตามไปด้วย

เนื่องจากเปปเปอร์มินต์มีคุณสมบัติเย็น โดยหากใช้ทาที่บริเวณผิวหนัง จะสามารถช่วยลดอาการอักเสบบนผิวหนังได้ ยิ่งไปกว่านั้น เปปเปอร์มินต์ยังช่วยให้รู้สึกกระปี้กระเปร่าและยังสามารถลดอาการปวดศีรษะลงได้

ใช้น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์เพียง 10-15 หยดผสมกับแชมพูสระผมหรือครีมนวดเพิ่มความสดชื่น

วิธีใช้

ข้อดีของการใช้น้ำมันหอมระเหยจะทำให้มั่นใจได้ว่าได้ใช้สิ่งที่เป็นธรรมชาติ 100 % ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งการใช้น้ำมันหอมระเหยจะใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อผสมเข้ากับ น้ำมันอาร์แกน ยาสระผม หรือครีมนวดซึ่งใช้ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการเอาไปใช้

สีผมเข้ม : เพื่อช่วยให้สีผมเข้มตามธรรมชาตินิยมใช้น้ำมันหอมระเหยโรสแมรี่ ไม้สนซีดาร์ และแครี่เสจ น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้ช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนบนหัวและปรับสมดุลฮอร์โมน

ผมนุ่มลื่น : จัดแต่งทรงง่าย มีน้ำหนัก : ใช้ลาเวนเดอร์และโรสแมรี่เพื่อให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนักจัดแต่งทรงผมง่าย

ไม่ให้ผมมัน : ใช้น้ำมันหอมระเหยแครี่เสจ หรือ สะระแหน่ 10-15 หยด ใส่ในยาสระผม

ลดผมหลุดร่วง : นิยมใช้ จูนิเปอร์ หรือ โรสแมรี่ ผสมกับน้ำมันอาร์แกน ทาหมักผมประมาณ 20-30 นาทีใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

ขจัดรังแค : สามารถเลือก ทีทรี ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ สะระแหน่ และจูนิเปอร์ เพื่อลดรังแคบนหนังศีรษะโดยผสมเข้ากับแชมพู ครีมนวด เพียง 10-15 หยด

 

Posted in เส้นผมและหนังศีรษะ.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *