6 อันดับ ประโยชน์ สรรพคุณ ออริกาโน่ น้ำมันหอมระเหยOregano essential oil

6 อันดับ ประโยชน์ สรรพคุณ น้ำมันหอมระเหยออริกาโน่ Oregano essential oil

น้ำมันหอมระเหยออริกาโน่มีความเฉพาะที่ช่วยลดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อ เป็นหนึ่งที่ได้รับความนิยมเพื่อสุขภาพ

น้ำมันหอมระเหยออริกาโน่มีประโยชน์ที่หลากหลายมากซึ่งเป็นคู่ปรับที่แท้จริงกับเชื้อโรค เมื่อนำมาใช้เพื่อรักษาและต้านการติดเชื้อจากไวรัส เนื่องด้วยคุณสมบัติการต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อไวรัส และเชื้อรา และน้ำมันหอมระเหยออริกาโน่ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงสูงเหมือนกับยาปฎิชีวนะ เช่น เมื่อได้รับยาปฎิชีวนะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ลดการดูดซึมวิตามินและอาจทำร้ายเยื่อบุทางเดินอาหาร

ในขณะเดียวกัน สรรพคุณ ออริกาโน่ ช่วยควบคุมการติดเชื้อ แล้วน้ำมันหอมระเหยออริกาโน่ช่วยอะไรได้อีกบ้าง? โดยทั่วไปน้ำมันหอมระเหยออริกาโน่มักนิยมนำไปใช้

  • ลดการเกิดน้ำกัดเท้า เชื้อราบนเล็บ
  • ไข้หวัด
  • เหงือกอักเสบ
  • ปวดฟัน
  • ปัญหาทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน

น้ำมันหอมระเหยออริกาโน่ Oregano essential oil คืออะไร

ออริกาโน่เป็นสมุนไพรเป็นพืชอีกหนึ่งตัวที่อยู่ในตระกูลมิ้นต์ เป็นอีกพืชที่มีความล้ำค่ามากว่า 2500 ปี ที่นำมาใช้เป็นยาพื้นบ้านที่นำไปใช้ทั่วโลก

คุณสามารถนำออริกาโน่ไปปรุงอาหารไม่ว่าจะเป็นออริกาโน่สด หรือแห้ง เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆที่นำไปดูแลสุขภาพ ออริกาโน่พบในฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และในหลายส่วนในยุโรป ตอนเหนือหรือตอนกลางในเอเชีย เมื่อนำมาเป็นน้ำมันหอมระเหยมีองค์ประกอบที่ใช้เป็นสมุนไพรที่มีความเข้มข้นสูง

เมื่อออริกาโน่ได้ถูกนำมาปรับเป็นอาหารเสริม ซึ่งได้ถูกนำมาใช้เป็นยาในแพทย์ทางเลือกที่เป็นธรรมชาติที่ต้องสั่งโดยแพทย์ น้ำมันหอมระเหยออริกาโน่มีองค์ประกอบเคมีทางธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ คาร์วาครอล(carvacrol) และ ไธมอล(thymol) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและป้องกันเชื้อรา ออริกาโน่ส่วนใหญ่มี คาร์วาครอล ส่วนใบของออริกาโน่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ฟีนอล(Phenols) ไตรเทอร์พีน(Triterpenes) กรดโรสแมรินิค(Rosmarinic acid) กรดยูโซลิค(Ursolic acid) กรดโอลีโนลิค(Oleanolic acid)

6 ประโยชน์ สรรพคุณ ออริกาโน่ Oregano essential oil และงานวิจัย

คุณจะใช้น้ำมันหอมระเหยออริกาโน่ เพื่ออะไร ใช้ยังไง ? ด้วยความโดดเด่นในของสารประกอบ คาร์วาครอล(carvacrol)ที่มีน้ำมันหอมระเหยออริกาโน่ในการรักษา มีการใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่รักษาการแพ้เพื่อปกป้องผิว ตามที่คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยเมสซีนาของประเทศอิตาลี่ได้ศึกษา(3)

คาร์วาครอล(carvacrol) ที่พบในน้ำมันหอมระเหยออริกาโน่นั้นได้ถูกนำมาศึกษาวิจัยกว่า 800 เคส ที่ถูกอ้างอิงใน Pubmed(เป็นแหล่งอ้างอิง บทคัดย่อ และบทความตัวเต็มทางวิทยาศาสตร์ อันดับ 1 ของโลก) ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าช่วยลดการเกิดปัญหาด้านสุขภาพเหล่านี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การติดเชื้อจากเชื้อรา
  • ปรสิต
  • ไวร้ส
  • การระคายเคือง
  • อาการแพ้
  • เนื้องอก
  • อาหารไม่ย่อย
  • ต้านเชื้อจุลินทรีย์

1.ทางเลือกธรรมชาติกับผู้ที่ใช้ยาปฎิชีวนะ

คุณใช้ยาปฎิชีวนะบ่อยแค่ไหน? ยาปฎิชีวนะเป็นอัตรายต่อร่างกายได้เนื่องจากไม่เพียงฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย

ในนิตยาสาร Wall Street ได้เผยแพร่อันตรายต่อผู้ป่วยที่ได้รับยาปฎิชีวนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า “จากการศึกษาเมื่อเร็วๆนี้ แพทย์ที่สั่งจ่ายยาปฎิชีวนะนั้นว่า “the big guns” ซึ่งหมายความว่ายาที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดีและไม่ดีต่อร่างกาย (4)

การใช้ยาปฎิชีวนะที่มากเกินไปและการจ่ายยาปฎิชีวนะที่ไม่จำเป็นทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพ หรือรับประทานไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดการดื้อยา และถูกกำจัดแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกายที่ช่วยในการย่อย ซึมซับวิตามิน ต้านการติดเชื้อ และอื่นๆ

ยาปฎิขีวนะโดยทั่วไปมีการกำหนดเงื่อนไขข้อห้ามการใช้ เช่น การติดเชื้อไวรัส จากการวิจัยที่ได้เผยแพร่ในวารสารเคมีบำบัดด้วยยาปฎิชีวนะที่ได้วิจัยจากมหาวิทยาลัยยูทาร์และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคพบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่แพทย์สั่งจ่ายยาปฎิชีวนะพบว่าเมื่อมีการใช้ยาปฎิชีวนะ 50 เปอร์เซ็นต์ จะมีปัญหาทางเดินหายใจ

ในทางตรงกันข้ามน้ำมันหอมระเหย ออริกาโน่ ที่ให้ประโยชน์และสรรพคุณ ปกป้องสุขภาพของคุณ ต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ได้แก่ แบคทีเรีย ยีส และเชื้อรา ที่ทำให้เกิดโรค

2.ต่อสู้กับการติดเชื้อและแบคทีเรีย

เป็นสิ่งที่ดีที่จะใช้ออริกาโน่เพื่อต้าน เชื้อโรค แบคทีเรีย ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของสุขภาพส่วนใหญ่มักจะมาจาก เชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค

  • จากการศึกษาค้นคว้า มี 12 เคสที่แสดงให้เห็นว่า น้ำมันหอมระเหย ออริกาโน่ สามารถใช้ฆ่าเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้
  • องการอาหารและยาได้เผยแพร่ในปี 2011 ได้ประเมินการต้านเชื้อโรค จากน้ำมันหอมระเหย ออริกาโน่ ซึ่งน้ำมันหอมระเหย ออริกาโน่ ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย 5 ชนิดด้วยกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าน้ำมันหอมระเหย ออริกาโน่ ได้ถูกนำมาใช้เป็นประจำเพื่อส่งเสริมให้สุขภาพดียิ่งขึ้นและป้องกันไม่ให้อาหารเป็นพิษร้ายแรง(5)
  • จากงานวิจัยในปี 2013 ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the Science of Food and Agricultureconcluded กล่าวว่า สารสกัดและน้ำมันหอมระเหยจากออริกาโนที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศโปรตุเกส นั้นสามารถใช้ทดแทนสารเคมีสังเคราะห์ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆได้ นักวิจัยที่ทำการศึกษาเรื่องนี้พบว่า ออริกาโน่ มีคุณสมบัติการต่อต้านอนุมูลอิสระและแบคทีเรีย ซึ่งจากการทดสอบพบว่า มันสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ถึง 7 สายพันธุ์ ในขณะที่สารสกัดจากพืชชนิดอื่นๆไม่สามารถทำได้
  • หนึ่งงานวิจัยที่ศึกษากับตัวอย่างหนูทดลอง ซึ่งทำให้นักวิจัยได้พบผลลัพธ์อันน่าทึ่ง นั่นคือ น้ำมันสกัดจากออริกาโนมีฤทธิ์ต่อต้านแบคทีเรียประเภท ลิสเทอเรีย (Listeria) อีโคไล (E. Coli) และยังช่วยยับยั้งเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคได้ ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวรสาร Journal of Revista Brasileira de Farmacognosia อีกด้วย
  • อีกหนึ่งคุณประโยชน์ที่ค้นพบในน้ำมันสกัดออริกาโน คือ สารประกอบที่อยู่ในออริกาโน เช่น
  • ไธมอล (Thymol) และ คาร์วาครอล (Carvacrol) สามารถช่วยลดอาการปวดฟันโดยเฉพาะอาการปวดหูที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้รับการตีพิมพ์ในวรสาร Journal of Infectious Diseases ปีคริสตศักราช 2005 ได้สรุปใจความสำคัญไว้ว่า  น้ำมันหอมระเหยสกัดใดๆที่มี ไธมอล (Thymol) และ คาร์วาครอล (Carvacrol) เป็นสารประกอบ จะสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันได้ เมื่อใช้ทาบริเวณช่องหูที่มีการอักเสบ

3.น้ำมันสกัดออริกาโนช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาและการบำบัดโรค

จากหลายงานวิจัยที่ปรากฏในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้รู้ถึงคุณสมบัติอันน่าทึ่งของน้ำมันสกัดออริกาโน ว่ามันช่วยลดผลข้างเคียงต่างๆที่เกิดจากการรักษาและการบำบัดโรคได้ ผลลัพธ์จากงานวิจัยเหล่านี้ได้จุดประกายความหวังให้เหล่าผู้ป่วยที่ต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดที่เกิดจากการรักษาโรคต่างๆ เช่น การทำคีโม (Chemotherapy) หรือแม้กระทั่งโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น

ส่วนงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติอย่าง Journal of Clinical and Experimental Medicine ก็ได้เผยให้เห็นว่า สารประกอบ ฟีนอล (phenol) ที่มีอยู่ในน้ำมันสกัดออริกาโน นั้นสามารถช่วยป้องกันความเป็นพิษและลดผลข้างเคียงของตัวยา เมทโทรเทร็กเสท (Methotrexate) ที่ใช้กับให้หนูทดลองได้  

เมทโทรเทร็กเสท (Methotrexate) เป็นยาที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ตั้งแต่โรคร้ายแรงอย่าง มะเร็ง ไปจนถึง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) แต่ตัวยานี้ก็มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายอย่างมาก โดยหลังจากที่มีการประเมิณคุณสมบัติของน้ำมันสกัดออริกาโน ที่สามารถช่วยป้องกันความเป็นพิษของตัวยาเมทโทรเทร็กเสทได้ นักวิจัยจึงเชื่อว่าคุณสมบัติดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นได้จากคุณสมบัติการต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งรวมไปถึงคุณสมบัติที่ช่วยลดการอักเสบที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น ของออริกาโนนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงสามารถพูดได้ว่า ออริกาโนสามารถใช้รักษาโรคร้ายแรงต่างๆเหล่านี้ ได้ดีกว่าตัวยาที่มีผลข้างเคียงและความเป็นพิษที่เป็นอันตรายอย่าง เมทโทรเทร็กเสท นั่นเอง

และจากการประเมิณสัญาณต่างๆ ของเส้นประสาท ไซอาติก (Sciatic) ของหนูทดลองที่ใช้ในการวิจัยพบว่า สารประกอบ คาร์วาครอล (Carvacrol) ที่อยู่ในน้ำมันสกัดออริกาโนนั้น ช่วยลดอาการอักเสบที่เป็นผลข้างเคียงมาจากยาเมทโทรเทร็กเสทได้ แนวคิดที่มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆของน้ำมันสกัด

ออริกาโนนี้ ถือเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ในโลกของงานวิจัย ซึ่งนักวิจัยที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ ก็คาดหวังที่จะได้เห็นงานวิจัยเกี่ยวกับออริกาโนที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพราะผลลัพธ์จากงานวิจัยใหม่ๆ จะช่วยอธิบายและยืนยันคุณสมบัติต่างๆอันน่าทึ่ง ที่มีนัยสำคัญของออริกาโนได้มากขึ้นเช่นกัน

ยังมีงานวิจัยในลักษณะคล้ายๆกัน ที่ทำการศึกษาในประเทศเนเธอร์แลนด์ พบว่า น้ำมันหอมระเหยสกัดจากออริกาโน ช่วยป้องกันการลุกลามของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่และผลข้างเคียงในระหว่างการรักษาโรคโลหิตจาง ด้วยการให้ธาตุเหล็กโดยตรงทางปาก (Oral Iron Therapy) ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าการรักษาด้วยวิธีนี้มักมีผลข้างเคียงที่ตามมาเช่น อาการคลื่นใส้ ท้องร่วง ท้องผูก อาการแสบร้อนกลางอก รวมไปถึงการอาเจียนอีกด้วย เพราะ สารประกอบ คาร์วาครอล (Carvacrol) ที่อยู่ในน้ำมันสกัดออริกาโนจะมีผลโดยตรงต่อเยื่อหุ้มเซลล์ด้านนอกของแบคทีเรียแกรมลบ (Gram-Negative Bacteria) ซึ่งจะทำให้เยื่อหุ้มภายนอกของแบบคทีเรียดังกล่าวมีลักษณะบางลง ส่งผลทำให้แบคทีเรียอันตรายสูญสลายและลดจำนวนลง นอกเหนือจากคุณสมบัติที่ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแล้ว สารประกอบคาร์วาครอล (Carvacrol) ยังช่วยขัดขวางการเดินทางของแบคทีเรียที่แฝงมาระหว่างการรักษาด้วยการใช้ธาตุเหล็ก ทั้งยังช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาอีกด้วย

4.ช่วยรักษาน้ำกัดเท้า

จากการศึกษาพบว่าการรวมกันของความร้อน เกลือ และน้ำมันหอมระเหย essential oils (รวมถึงน้ำมันหอมระเหยออริกาโน่) ที่มีฤทธิในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา T. rubrum และ Conidia เป็นสายพันธุ์แบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มักทำให้เกิดการติดเชื้อ ที่เรียกกันว่า โรคฮ่องกงฟุต ซึ่งนักวิจัยสรุปว่า การ อุณหภูมิบำบัด (Thermotherapy) โดยใช้ร่วมกันกับน้ำมันหอมระเหยและเกลือ มีแนวโน้มที่จะรักษาเท้านี้ได้ หลังการทดสอบการฆ่าเชื้อราโดยใช้น้ำมันหอมระเหย 11 ชนิดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีส่วนในการก่อให้เกิด โรคฮ่องกงฟุต พบว่าน้ำมันหอมระเหยออริกาโน่ มีสรรพคุณในด้านนี้ดีที่สุด(12)

5.ช่วยลดปัญหาทางเดินอาหาร (รวมถึงลำไส้แปรปรวนและแสบร้อนกลางอก)

หลายๆสารประกอบที่มีใน Origanum vulgare มีส่วนช่วยในการย่อย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทางเดินอาหารและปรับสมดุลขิงแบคทีเรียที่ดีและไม่ดีในท้อง ซึ่ง Thymol ที่มีอยู่ใน ออริกาโน่ มีความคล้ายคลึงกับ Menthol ที่ช่วยผ่อนคลายเนื้อเยื่อที่บอบบางบริเวณ คอ และ ท้อง ซึ่งสามารถช่วยลดการเกิด กรดไหลย้อน แสบร้อนกลางอก และรู้สึกอึดอัดหลังการกิน

และด้วยสรรพคุณในการปรับสมดุลของแบคทีเรีย และต่อสู้กับยีส น้ำมันหอมระเหย ออริกาโน่ เป็นหนึ่งในน้ำมันหอมระเหยที่นิยมที่สุดในการนำมาช่วยในเรื่อง เชื้อราและลำไส้แปรปรวน ไม่ให้แบคทีเรียในลำไส้เล็กมีมากเกินไป ซึ่งลำไส้แปรปรวนนั้นเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืดท้องเฟ้อ

ในปี 2557 ได้มีการเผยแพร่ใน Global Advances in Health & Medicine พบหลักฐานในการใช้สมุนไพรในการลดเชื้อจุลินทรีย์ ฆ่าเชื้อโรค ช่วยลดลำไส้แปรปรวน โดยมีผู้ป่วย 104 คนที่เป็นลำไส้แปรปรวน ได้รับยา rifaximin 1200 มิลลิกรัม หรือสมุนไพรที่ช่วยลดเชื้อจุลินทรีย์ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า 46 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่ได้รับสมุนไพรที่ช่วยลดเชื้อจุลินทรีย์มีอาการดีขึ้น เมื่อเทียบกับ ยาฆ่าเชื้อ rifaximin มีเพียง 34 เปอร์เซ็นต์ที่ดีขึ้น(13)

6.ช่วยลดภาวะการอักเสบของโรคต่างๆ เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร (IBD) หรือ โรคไขข้อ (Rheumatism)

ออริกาโน สามารถคงคุณสมบัติการต่อต้านอนุมูลอิสระไว้ได้เสมอไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบสดหรือแบบแห้ง และด้วยคุณสมบัตินี้เอง ทำให้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากออริกาโนสามารถช่วยลดความเสียหายต่างๆที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และยังช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของแบคทีเรียที่อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ทั้งยังช่วยชลอความเสื่อมของเซลล์อันทีสาเหตุมาจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งสารอนุมูลอิสระนี้ เป็นตัวเอื้ออำนวยให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคความผิดปรกติต่างๆ รวมไปถึง อาการยาเป็นพิษ ดังนั้นการใช้น้ำมันหอมระเหยสกัดจากออริกาโนจึงนับเป็นการต่อต้านสารอนุมูลอิสระแบบธรรมชาติวิถีอย่างแท้จริง

หนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจคือการใช้ น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจาก ไทม์ (thyme) ร่วมกับ ออริกาโน เพื่อช่วยลดการอักเสบของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน และยังลดอาการลำไส้บวมของหนูทดลองที่นำมาศึกษาในงานวิจัยได้ ซึ่งอาการลำไส้บวมนี้เป็นหนึ่งในอาการของโรคลำไส้ และยังมีอีกหนึ่งงานที่แสดงให้เห็นว่าน้ำมันสกัดจากออริกาโน สามารถรักษาอาการโรคเรื้อรังต่างๆ คือ โรคความผิดปรกติของทางเดินหายใจเรื้อรั้ง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกได้ เหล่านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติคอร์โดบา ประเทศอาเจนติน่า ค้นพบหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่า น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากออริกาโน มีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรีย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และ สารก่อมะเร็งได้ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ออริกาโนอาจได้รับบทบาทสำคัญในการเป็นตัวป้องกันจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

Posted in น้ำมันหอมระเหย Essential Oils.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *